สินเชื่อบุคคลแตกต่างจากบัตรกดเงินสดอย่างไร

เคยได้ยินชื่อเงินกู้ในแบบต่าง ๆ แล้วเกิดความสับสนหรือไม่ว่าระหว่างบัตรกดเงินสดกับสินเชื่อส่วนบุคคล สองสิ่งนี้ต่างกันอย่างไร แต่ละอย่างมีข้อดีข้อเสียอย่างไร และเหมาะกับบุคคลประเภทใดบ้าง บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างของทั้งสองอย่างนี้ให้คุณทราบกัน

สินเชื่อบุคคล

วงเงินของสินเชื่อเงินสดส่วนบุคคลจะสูงกว่าบัตรกดเงินสด เนื่องจากมีเกณฑ์พิจารณามากกว่า เพราะธนาคารต้องการความน่าเชื่อถือจากผู้กู้ว่ามีความสามารถในการชำระเงินคืน

เมื่อผ่านการอนุมัติจะโอนเข้าบัญชีทันที สะดวกในการดำเนินการเมื่อธนาคารอนุมัติจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีทันที

วงเงิน กรณีมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท อนุมัติวงเงินไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ กรณีมีรายได้มากกว่า 30,000 บาทขึ้นไป อนุมัติวงเงิน ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ ได้เป็นเงินก้อนโอนเข้าบัญชี

ดอกเบี้ยจะคิดเป็นรายวันแบบลดต้นลดดอก ดอกเบี้ยนั้นจะถูกคิดตั้งแต่วันแรกที่เงินโอนเข้าบัญชี ยิ่งผ่อนชำระคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยก็จะลดลงเรื่อย ๆ

มีกำหนดผ่อนชำระชัดเจน ไม่มีการจ่ายขั้นต่ำ มีเพียงการผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ชัดเจนทำให้วางแผนการเงินได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และบางแห่งให้ผ่อนชำระได้สูงสุดถึง 72 เดือน

อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าบัตรกดเงินสด อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าการขอสินเชื่อประเภทนี้มีความเสี่ยงน้อยกว่าบัตรกดเงินสดจึงทำให้อัตราดอกเบี้ยนั้นต่ำกว่านั่นเอง

บัตรกดเงินสด

รายได้น้อยก็กู้ได้ เนื่องจากบางบริษัทกำหนดรายได้ขั้นต่ำไว้เพียง 5,000 บาทเท่านั้น

อนุมัติที่ง่ายกว่าการขอสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรกดเงินสดเป็นบริการน้องใหม่ที่เน้นปล่อยยอดกู้ต่ำ เข้าถึงผู้ใช้บริการได้ง่าย

อัตราดอกเบี้ยสูง คิดคำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวันเนื่องจากบริษัทการเงินต้องแบกรับความเสี่ยงที่สูงกว่า โดยอัตราดอกเบี้ยสูงสุดจะอยู่ที่ 28% ต่อปี

ไม่ได้กำหนดให้ชำระเป็นงวด ตรงนี้อาจทำให้วินัยทางการเงินเสียได้ เพราะเมื่อไม่ได้กำหนดเอาไว้ชัดเจนว่าต้องจ่ายคืนเมื่อไหร่ดอกเบี้ยก็อาจบานปลายไปเรื่อย ๆ

วงเงิน กรณีมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท อนุมัติวงเงินไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ กรณีมีรายได้มากกว่า 30,000 บาทขึ้นไป อนุมัติวงเงิน ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้

สามารถใช้เงินก้อนโปะได้ หากคุณไม่อยากเสียดอกเบี้ยนาน ๆ ก็สามารถใช้เงินก้อนจ่ายปิดยอดได้เลย

สำหรับบัตรกดเงินสดและสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น ต่างก็มีทั้งข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนั้นควรเลือกเอาที่สะดวกและตรงใจคุณมากที่สุดเพื่อที่จะได้ใช้จ่ายและผ่อนชำระได้อย่างสบายใจ แต่ไม่ว่าจะอย่างไหนก็นับว่าเป็นเงินกู้เหมือนกันจึงควรระวังเรื่องการใช้เงินโปรดใช้อย่างมีสติ ใช้ในสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินตัว เพราะการไม่มีหนี้คือเรื่องที่ดีที่สุด

ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก www.masii.com

Leave a reply

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>